บทที่ 5 เลขา สาวใช้ และเมียเถื่อน

เพียงรัมภาทิ้งตัวลงนอนเมื่อมาถึงห้องขนาดเล็กของตนเองอย่างเหนื่อยล้า และเริ่มรู้สึกถึงไอร้อนจากกาย ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาหล่อนเป็นไข้แทบจะทุกอาทิตย์ เนื่องจากต้องรองรับอารมณ์ดิบเถื่อน บ้าคลั่ง ก่อนที่จะปล่อยน้ำตาให้รินไหล     

           หล่อนรับรู้อยู่เต็มอกว่า พยัคฆ์หาใช่คนโง่ เขาล่วงรู้ทุกอย่าง รับรู้ว่า เมฆาอาจจะกำลังคิดไม่ซื่อ แต่ชายหนุ่มก็แสร้งทำเป็นไม่สนใจ และมีสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้เพียงรัมภาต้องปิดปากเงียบกับเรื่องนี้ คลิปวิดีโอการกระทำผิดของบิดา ซึ่งตอนนี้หล่อนกำลังน้ำท่วมปาก ถ้าเอื้อนเอ่ยเมื่อใด บิดาก็คงไม่รอดพ้นจากคุกแน่นอน แต่หล่อนก็ยังต้องทนทำตามคำสั่งของบิดา           

           โดยที่เพียงรัมภาไม่รู้เลยว่า คลิปวิดีโอนั้นไม่ใช่สิ่งที่มารร้ายต้องการ มันยังไม่พอใจ มันยังไม่ใช่ สิ่งที่ชายหนุ่มต้องการคือหลักฐานเมื่อยี่สิบห้าปีก่อนเพื่อที่จะทำให้ฆาตกรร้ายดิ้นไม่หลุดและทำให้สังคมรู้ถึงความเหี้ยมโหดของคนที่มือถือสากปากถือศีล     

           “ท่องไว้สิรัมภา แกต้องอดทน” เพียงรัมภาเฝ้าบอกกับตนเอง ก่อนที่จะแผดเสียงร้องดังลั่นเป็นการระบายออก   

           “ใช่รัมภา เธอต้องอดทน” เสียงเข้มดุกร้าวดังขึ้น ก่อนที่ตัวหนาจะเคลื่อนตัวเข้ามาภายในห้องนอนแสนคับแคบ ทำให้เพียงรัมภาลนลานถอยร่นไปติดกับผนังห้อง “ไม่ต้องกลัวขนาดนั้น วันนี้ฉันแค่จะมาบอกเธอว่า พรุ่งนี้จะมีงานใหญ่ที่บ้าน เธอต้องจัดเตรียมอาหารสำหรับแขกในตอนเย็น และฉันไม่ต้องการคำว่าพลาด” พูดจบก็สาวเท้าออกไปในทันที     

           “ฮึก ไอ้คนใจร้าย ไอ้มารร้าย” ทำได้เพียงแค่ก่นด่า และก่อนที่จะหลับตาก็คว้ายาเม็ดโป้งขึ้นมายัดใส่ปากเพื่อบรรเทาอาการป่วย เพราะพรุ่งนี้หล่อนต้องลุกขึ้นมาสู้และทนให้ได้กับการอยู่ในขุมนรกแห่งนี้ 

ตอนที่ 2 เลขา สาวใช้ และเมียเถื่อน

กริ๊งงง

! 

           เสียงนาฬิกาปลุกรุ่นโบราณแผดเสียงร้องลั่น มันบ่งบอกว่าถึงเวลาแล้ว เวลาที่เมียเถื่อนอย่างเพียงรัมภาต้องลืมตาขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่คนรับใช้ เวลาตีห้าในทุกๆ วันหญิงสาวต้องรีบกุลีกุจอลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวออกไปช่วยงานทุกๆ คน เพียงรัมภาต้องกวาดบ้าน ทำอาหารเช้าให้เสร็จภายในเวลาเจ็ดโมง        

           โชคดีที่วันนี้หล่อนไม่โดนพิษไข้เล่นงาน แต่ก็รู้สึกอ่อนแรง ไม่กระฉับกระเฉง เท้าสวยรีบสาวไวๆ มาห้องครัวด้วยสภาพที่อิดโรยและรีบคว้าไม้กวาดขึ้นมาเพื่อที่จะไปทำความสะอาด     

           “ตายแล้วคุณรัมภาไม่สบายอีกแล้วหรือคะ” น้อยต้องอุทาน เมื่อเห็นนายหญิง          

           “รัมภาไม่เป็นอะไรหรอกน้อย” ยิ้มตอบเล็กๆ เหมือนสวรรค์ยังเข้าข้างผู้หญิงตัวเล็กๆ อยู่บ้าง เพราะทุกคนในบ้านนี้ล้วนแต่ดีกับหล่อน มีเพียงแค่เจ้าของบ้านที่มีฐานะเป็นสามีทางพฤตินัยและนิตินัยเท่านั้นที่ใจร้ายเหี้ยมโหด

           “คุณรัมภาไม่สบาย น้อยว่าคุณไปนั่งพักก่อนดีกว่านะคะ เดี๋ยวทางนี้น้อยจะจัดการเอง” น้อยรีบอาสาเพราะสงสารนายหญิงของบ้านจับใจ         

           “ไม่ได้หรอกน้อย นี่มันหน้าที่ของรัมภา รัมภาก็ต้องทำเองสิ และรัมภาเองก็ไม่อยากจะให้น้อยต้องเดือดร้อน” เหตุการณ์ในอดีตยังฉายชัดในหัวใจดวงสวย เมื่อครั้งที่หล่อนไม่สบายไม่สามารถทำงานได้ น้อยจึงรับอาสาทำงานแทน และผลที่ออกมาคือ มารร้ายโกรธเกรี้ยว ตวาดใส่หล่อนและน้อย แถมยังไล่น้อยออก ทว่าหญิงสาวก็กอดเข่าพนมมือวอนขอ ทำให้น้อยยังสามารถทำงานอยู่ที่นี่ได้        

           แต่พยัคฆ์ก็มีข้อต่อรอง ถ้าน้อยอยู่ หล่อนต้องยอมทำตามคำสั่งของเขาทุกอย่าง ห้ามขัดขืน ถ้าสั่งให้ทำอะไรต้องทำ ถ้าห้ามอะไรก็ต้องไม่ดื้อรั้น เพราะผลของการขัดคำสั่งที่เป็นดังประกาศิตนั้นแรงร้าย บ้าคลั่งจนเพียงรัมภาไม่อาจทนทานไหวและหล่อนเองก็เจอะเจอมาแล้วครั้งหนึ่ง          

           “เฮ้อ น้อยล่ะสงสารคุณรัมภาเสียจริงๆ งั้นถ้ามีอะไรบอกน้อยได้เลยนะคะ” น้อยบอกด้วยความเป็นห่วง 

           “ขอบใจจ้ะน้อย น้อยไปทำงานในส่วนของน้อยเถอะ เดี๋ยวจะโดนดุเอาได้” จากนั้นเพียงรัมภาและน้อยก็แยกย้ายกันไปทำงานในส่วนของตน        

           จวบจนเวลาล่วงเลยไปหนึ่งชั่วโมง แข้งขาของเพียงรัมภาก็เริ่มเหนื่อยอ่อน ใบหน้าแดงก่ำ ก่อนที่จะต้องยกมือขึ้นตบหน้าของตนเองเบาๆ เพื่อเรียกสติให้สู้ทน แต่ไม่นานก็ต้องหันกลับมาสนใจกับอาหารซึ่งตนเองกำลังปรุงรสอยู่เบื้องหน้า         

           ก่อนที่ทุกคนจะต้องเงยหน้าขึ้นมอง คนซึ่งสาวเท้าเข้ามาพร้อมกับยืนพิงผนังห้องแถมยังกอดอกยิ้มร่าให้กับภรรยาเถื่อน เหงื่อเม็ดโตซึ่งผุดขึ้นบนใบหน้าของเพียงรัมภาไม่ได้ทำให้พยัคฆ์สงสารหรือเห็นใจ มีแต่จะชอบใจเขาหัวเราะเสียงดังแล้วเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี      

           มือสั่นๆ ของเพียงรัมภาตักข้าวต้มยัดใส่ปากพร้อมกับแสยะยิ้มน้อยๆ ให้กับทุกคนซึ่งกำลังนั่งทานอาหารอยู่ในห้องครัว หลังจากที่ตั้งโต๊ะอาหารให้นายใหญ่ของบ้านเรียบร้อยแล้ว สายตาที่จับจ้องมายังหญิงสาวก็เต็มไปด้วยความสงสาร เศร้าจับจิต และอดที่จะต่อว่าเจ้านายอยู่ในใจไม่ได้ 

           “ไปได้แล้วเพียงรัมภา” น้ำเสียงเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมใบหน้าเรียบเฉย

           “ค่ะคุณพยัคฆ์ แต่รัมภาขอเวลาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสักสิบนาทีนะคะ” จำใจต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อวอนขอ     

           “ได้สิรัมภา แต่ฉันให้เวลาเธอแค่ห้านาทีเท่านั้นนะ แต่ถ้าไม่ทันเวลาเธอต้องวิ่งไปบริษัท” กระตุกยิ้มให้หนึ่งครั้ง     

           “แต่ว่าคุณพยัคฆ์คะคุณรัมภาเธอกำลังไม่สบายอยู่นะคะ” น้อยที่ทนไม่ไหวต้องเอ่ยพูด แต่ก็ก้มหน้าก้มตาไม่อยากจะเงยขึ้นมองเจ้านาย ก่อนที่เสียงตวาดจะดังคำรามขึ้น     

           “ใครใช้ให้เธอพูดห๊ะน้อย” อารมณ์ร้ายโมโหขึ้นทันใดและน้ำเสียงของเขาก็ทำให้น้อยกลัวจนตัวสั่น ใบหน้านั้นตึงโกรธเกรี้ยว ก่อนที่จะยืนนิ่งเพื่อเฝ้ารอคำตอบจากเพียงรัมภา ซึ่งไม่นานเขาก็เห็นหญิงสาวพยักหน้าหงึกๆ และรีบวิ่งแจ้นกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป